ตลาดหุ้นไทยแกว่งไซด์เวย์ นักลงทุนรอดูผลประชุมเฟด–จับตาทรัมป์พบสีจิ้นผิง
ตลาดหุ้นไทยแกว่งไซด์เวย์ นักลงทุนรอดูผลประชุมเฟด–จับตาทรัมป์พบสีจิ้นผิง แนะกลยุทธ์ “Selective Buy” เน้นหุ้นกำไรดี–ดอกเบี้ยขาลง
InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX มองตลาดหุ้นไทยยังคงอยู่ในช่วง “รอดูท่าที” จากทั้งเฟดและการเจรจาสหรัฐ–จีน ทำให้ดัชนีเคลื่อนไหวจำกัดในกรอบแคบ โดยมีโอกาสพักฐานระยะสั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ลงทุนแบบเลือกหุ้นรายตัวในกลุ่มที่มีกำไรเติบโตหรือได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลงโดยเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบจำกัด หลังแรงขายทำกำไรกลับมากดดันการปรับขึ้นของดัชนี ซึ่งหุ้น DELTA เป็นแรงพยุงหลักของตลาด หากไม่รวม DELTA ดัชนีจะลดลงราว 10 จุด
นักลงทุนต่างชาติกลับมา ขายสุทธิพันล้านบาทเป็นวันแรก หลังเข้าซื้อมาอย่างต่อเนื่องก่อนหน้า
โดยนักวิเคราะห์มองว่าตลาดยังอยู่ในภาวะแกว่งตัวรอความชัดเจนจาก การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กลางสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะช่วงถาม–ตอบของประธานเฟด และ การพบกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งจะมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก
ด้านเทคนิค หากดัชนี SET ยืนเหนือระดับ 1,320 จุด ได้ จะยังมีแรงส่งทางบวก แต่การขึ้นอาจติดแนวต้านที่ 1,345 จุด และมีแนวรับสำคัญที่ 1,305 จุด หากหลุดระดับดังกล่าว ตลาดอาจเผชิญแรงขายระยะสั้น
ปัจจัยเศรษฐกิจหนุนตลาด
- ส่งออกไทยเดือนกันยายน 2568 ขยายตัว 19% YoY สูงสุดในรอบ 42 เดือน จากการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม และได้แรงหนุนจากความชัดเจนของมาตรการภาษีศุลกากรสหรัฐฯ ทำให้ช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ มูลค่าส่งออกโต 13.9% YoYกระทรวงพาณิชย์คาดการส่งออกทั้งปีจะขยายตัว 9.4–10.4% ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
- กพช. เห็นชอบ 7 วาระด้านพลังงาน เช่น โครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน รับซื้อไฟฟ้าในอัตราไม่เกิน 2.25 บาทต่อหน่วย สัญญา 25 ปี รวมถึงปรับปรุงระบบไฟฟ้ารองรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) มองเป็น Sentiment บวกต่อหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า
- นายกรัฐมนตรีเผยความร่วมมือแร่ธาตุหายากไทย–สหรัฐฯ เป็นเพียง MOU ไม่ผูกพันทางกฎหมาย และเปิดกว้างการลงทุนจากทุกประเทศ
- โตโยต้า มอเตอร์ รายงานยอดขายทั่วโลก เมษายน–กันยายน 2568 เพิ่มขึ้น 4.7% YoY แตะ 5.26 ล้านคัน ทำสถิติสูงสุดใหม่ หนุนจากยอดขายรถ Hybrid ที่แข็งแกร่งในสหรัฐฯ และจีน
ปัจจัยต่างประเทศที่ตลาดจับตา
- การประชุมเฟด (30 ต.ค.) คาดลดดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00% โดยตลาดให้น้ำหนักถึง 98%
- การพบกันของทรัมป์–สี จิ้นผิง ก่อนการประชุม APEC หากออกมาเชิงบวก จะเป็นแรงหนุนสินทรัพย์เสี่ยง
- ผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ ซึ่งหลายแห่งคาดว่าจะออกมาดีกว่าคาดการณ์
- ดัชนี PMI ภาคการผลิตจีน ที่คาดจะฟื้นตัว
- งบไตรมาส 3 ของหุ้นกลุ่ม Real Sector ไทย หลังกลุ่มธนาคารออกมาดีกว่าคาด
มุมมองตลาดและกลยุทธ์ลงทุน
นักวิเคราะห์ประเมินว่า SET Index ระยะสั้นจะแกว่งในกรอบ 1,285–1,335 จุด โดยให้น้ำหนักกับปัจจัยภายนอกเป็นหลัก พร้อมแนะนำกลยุทธ์ “Selective Buy” ในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว
ธีมหลักการลงทุน
- Earnings Play: หุ้นที่คาดกำไรไตรมาส 3/68 เติบโตดีทั้ง YoY และ QoQ
- แนะนำ ADVANC, BCP, LHSC, OR, PTT, TRUE ได้ประโยชน์จากวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง
- หุ้นต้นทุนการเงินลดลง: CENTEL, GPSC, TRUE
- หุ้นกำลังซื้อฟื้น–ต้นทุนลด: AP, MTC, TIDLOR
- กลุ่ม REITs: DIF, FTREIT, LHHOTEL
ธีมเทรดดิ้ง
หุ้นที่ได้อานิสงส์จาก มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีน และการเจรจาสหรัฐ–จีน
IVL, PTTGC, SCC, SCGP
หุ้นที่ได้แรงหนุนจาก นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ผ่านการบริโภค
CPALL, BJC, CRC, HMPRO
หุ้นเด่นรายตัว
TRUE: คาดกำไร 3Q68 เติบโตแข็งแกร่ง ทั้ง YoY และ QoQ จากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตบ้าน (FBB) ที่ขยายตัวดี รวมถึงประหยัดต้นทุนหลังประมูลคลื่นความถี่ ราคาพื้นฐานระยะสั้น 11.80 บาท
GLOBAL: ได้แรงหนุนจากยอดขายสาขาเดิม (SSS) ฟื้นตัว กำไรไตรมาส 3 อาจเป็นจุดต่ำสุดของปี และคาดกำไร 4Q68 จะเติบโต QoQ ราคาเป้าหมายระยะสั้น 7.80 บาท
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB